กฎหมายแรงงาน

ค่าล่วงเวลา (OT) คิดอย่างไรตามกฎหมายแรงงาน

ตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งที่มาเมื่อ · ปรับปรุงเมื่อ · แหล่งที่มา

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันทำงานไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง ค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่า (หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่า สำหรับลูกจ้างที่ไม่ได้รับค่าจ้างในวันหยุดนั้น) และค่าล่วงเวลาในวันหยุดไม่น้อยกว่า 3 เท่า การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุดรวมกันต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และนายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราว ๆ ไป ลูกจ้างรายเดือนคิดค่าจ้างต่อชั่วโมงจากเงินเดือนหารด้วยผลคูณของ 30 กับจำนวนชั่วโมงทำงานปกติต่อวัน

อัตราที่กฎหมายกำหนด#

ประเภทเมื่อไรนายจ้างจ่ายไม่น้อยกว่ามาตรา
ค่าล่วงเวลาทำงานเกินเวลาทำงานปกติในวันทำงาน1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ต่อชั่วโมงที่ทำ61
ค่าทำงานในวันหยุดทำงานในวันหยุด ภายในเวลาทำงานปกติของวันนั้นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด: จ่ายเพิ่มอีก 1 เท่า ลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด: 2 เท่า62
ค่าล่วงเวลาในวันหยุดทำงานในวันหยุด เกินเวลาทำงานปกติ3 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน63

"วันหยุด" ในที่นี้คือวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปี (มาตรา 5) ใครได้ 1 เท่าหรือ 2 เท่า ขึ้นอยู่กับว่าลูกจ้างได้ค่าจ้างในวันหยุดนั้นหรือไม่ ตามมาตรา 56

ลูกจ้างวันหยุดประจำสัปดาห์วันหยุดตามประเพณีและวันหยุดพักผ่อนประจำปี
รายเดือนได้ค่าจ้าง ทำงานจึงได้เพิ่มอีก 1 เท่าได้ค่าจ้าง ทำงานจึงได้เพิ่มอีก 1 เท่า
รายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานไม่ได้ค่าจ้าง ทำงานจึงได้ 2 เท่าได้ค่าจ้าง ทำงานจึงได้เพิ่มอีก 1 เท่า

ถ้าสัญญาจ้างหรือข้อบังคับของบริษัทกำหนดอัตราที่สูงกว่านี้ ให้จ่ายตามอัตราที่สูงกว่า (มาตรา 74)

ค่าจ้างต่อชั่วโมงของลูกจ้างรายเดือน#

มาตรา 68 กำหนดว่า สำหรับการคำนวณค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ของลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน "อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานหมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบและจำนวนชั่วโมงทำงานในวันทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย"

ค่าจ้างต่อชั่วโมง = เงินเดือน ÷ (30 × ชั่วโมงทำงานปกติต่อวันโดยเฉลี่ย)

ชั่วโมงทำงานปกติไม่รวมเวลาพัก ตามความเห็นของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (รง 0505/1894 พ.ศ. 2560) เช่น เข้างาน 08.00 ถึง 17.00 น. พักกลางวัน 1 ชั่วโมง เท่ากับทำงานวันละ 8 ชั่วโมง

ความยินยอมและเพดาน 36 ชั่วโมง#

  • ต้องได้ความยินยอมก่อนทุกครั้ง นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้เมื่อลูกจ้างยินยอมก่อนเป็นคราว ๆ ไป เว้นแต่งานที่ต้องทำติดต่อกันไปหรืองานฉุกเฉิน (มาตรา 24)
  • ทำงานในวันหยุดได้เฉพาะบางกรณี เช่น งานที่ต้องทำติดต่อกันไปหรืองานฉุกเฉิน กิจการโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านอาหาร สโมสร สถานพยาบาล หรืองานผลิต จำหน่าย และบริการ เมื่อลูกจ้างยินยอมก่อนเป็นคราว ๆ ไป (มาตรา 25)
  • รวมกันไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด และทำงานล่วงเวลาในวันหยุด "เมื่อรวมกันแล้วสัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกินสามสิบหกชั่วโมง" (มาตรา 26 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2541) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานถือว่าหนึ่งสัปดาห์คือ 7 วัน ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์
  • ก่อนทำล่วงเวลาตั้งแต่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป ต้องให้พักไม่น้อยกว่า 20 นาที เว้นแต่งานที่ต้องทำติดต่อกันไปโดยลูกจ้างยินยอมหรืองานฉุกเฉิน (มาตรา 27)

กฎหมายไม่ได้กำหนดแบบของความยินยอม จะทำเป็นหนังสือ ด้วยวาจา หรือแสดงออกด้วยการกระทำก็ได้ (ความเห็น รง 0505/1399 พ.ศ. 2560)

ใครทำงานล่วงเวลาไม่ได้#

ลูกจ้างข้อห้ามมาตรา
อายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด48
ทำงานอันตรายตามกฎกระทรวง (เช่น งานใต้ดิน ใต้น้ำ ในที่อับอากาศ งานเชื่อมโลหะ)ทำงานได้ไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 42 ชั่วโมง ห้ามทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด23, 31
หญิงมีครรภ์ห้ามทำงานระหว่าง 22.00 ถึง 06.00 น. ห้ามทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด ยกเว้นงานบริหาร งานวิชาการ งานธุรการ หรืองานเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้เมื่อเธอยินยอมก่อนเป็นคราว ๆ ไป39/1

ใครไม่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลา#

มาตรา 65 กำหนดว่าลูกจ้างบางกลุ่มไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา (มาตรา 61) และค่าล่วงเวลาในวันหยุด (มาตรา 63) เว้นแต่นายจ้างตกลงจะจ่าย

ลูกจ้างค่าล่วงเวลาและล่วงเวลาในวันหยุดค่าทำงานในวันหยุด
มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในการจ้าง ให้บำเหน็จ หรือเลิกจ้าง (มาตรา 65(1))ไม่มีสิทธิไม่มีสิทธิ (มาตรา 66)
งานเร่ขายหรือชักชวนซื้อสินค้า โดยได้ค่านายหน้า (มาตรา 65(2))ไม่มีสิทธิมีสิทธิ
งานตามมาตรา 65(3) ถึง (9) เช่น งานรถไฟ งานเปิดปิดประตูน้ำ งานดับเพลิง งานนอกสถานที่ที่กำหนดเวลาทำงานแน่นอนไม่ได้ งานอยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินที่ไม่ใช่หน้าที่ปกติได้ค่าตอบแทนเท่ากับค่าจ้างต่อชั่วโมงตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ (1 เท่า)มีสิทธิ

อำนาจตามมาตรา 65(1) ต้องเป็นอำนาจที่ลูกจ้างมีจริงด้วยตัวเอง ตำแหน่งหรือการเสนอความเห็นอย่างเดียวไม่พอ ตามความเห็นของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2567

จ่ายเมื่อไร#

ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ต้องจ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง และเมื่อเลิกจ้าง ต้องจ่ายเงินที่ค้างทั้งหมดภายใน 3 วันนับแต่วันที่เลิกจ้าง (มาตรา 70)

ด้านภาษี ค่าล่วงเวลาเป็นเงินได้ที่จ่ายเป็นครั้งคราวเหมือนโบนัส หักภาษีในเดือนที่จ่าย (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543) ดู วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน

ตัวอย่างการคำนวณ#

คุณสมหญิงเงินเดือน 18,000 บาท ทำงานวันจันทร์ถึงวันศุกร์ 08.00 ถึง 17.00 น. พัก 1 ชั่วโมง หยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์

ค่าจ้างต่อชั่วโมง = 18,000 ÷ (30 × 8) = 75 บาท

สัปดาห์นี้เธอยินยอมทำงานล่วงเวลาวันพุธ 3 ชั่วโมง และมาทำงานวันเสาร์ (วันหยุดประจำสัปดาห์) 08.00 ถึง 19.00 น. พัก 1 ชั่วโมง คือทำงานในเวลาปกติ 8 ชั่วโมง และต่อเกินเวลาปกติอีก 2 ชั่วโมง

รายการชั่วโมงอัตราต่อชั่วโมงจำนวนเงิน (บาท)
ค่าล่วงเวลาวันพุธ375 × 1.5 = 112.50337.50
ค่าทำงานในวันหยุด วันเสาร์875 × 1 = 75.00600.00
ค่าล่วงเวลาในวันหยุด วันเสาร์275 × 3 = 225.00450.00
รวม131,387.50

เงิน 1,387.50 บาทนี้จ่ายเพิ่มจากเงินเดือน เพราะลูกจ้างรายเดือนได้ค่าจ้างของวันเสาร์อยู่แล้ว ค่าทำงานในวันหยุดจึงเป็น 1 เท่า ถ้าเป็นลูกจ้างรายวัน ค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์จะเป็น 2 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง ทั้งสัปดาห์รวม 13 ชั่วโมง ยังไม่เกิน 36 ชั่วโมง

ทำใน Panya#

ใน Panya ฝ่ายบุคคลบันทึกคำขอทำงานล่วงเวลาพร้อมการยืนยันว่าลูกจ้างยินยอมก่อนแล้ว หรือส่งให้ลูกจ้างกดยินยอมเองในระบบบริการตนเอง ระบบแยกเวลาเป็นค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ตามวันของลูกจ้างแต่ละคน ไม่ยอมให้อนุมัติเกิน 36 ชั่วโมงในสัปดาห์อาทิตย์ถึงเสาร์ และไม่รับคำขอของลูกจ้างอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือผู้ที่อยู่ในตารางงานอันตราย จากนั้นระบบเงินเดือนคิดค่าจ้างต่อชั่วโมงตามมาตรา 68 และจ่ายตามอัตราของกฎหมาย โดยเลือกกลุ่มตามมาตรา 65 ให้พนักงานแต่ละคนได้ ดูงานบุคคลใน Panya คู่มือ: การทำงานล่วงเวลา และคู่มือ: ค่าล่วงเวลาในรอบเงินเดือน

คำถามที่พบบ่อย#

พนักงานรายเดือนมาทำงานวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุด ได้ค่าจ้างเท่าไร#

ภายในเวลาทำงานปกติ ได้ค่าทำงานในวันหยุดเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ เพราะเงินเดือนจ่ายวันเสาร์นั้นอยู่แล้ว ถ้าทำเกินเวลาทำงานปกติของวันนั้น ชั่วโมงที่เกินได้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า

ลูกจ้างรายวันทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ ได้กี่เท่า#

ได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมง เพราะลูกจ้างรายวันไม่มีสิทธิได้ค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ (มาตรา 56) ส่วนวันหยุดตามประเพณี ลูกจ้างรายวันได้ค่าจ้างอยู่แล้ว จึงได้เพิ่มอีก 1 เท่า

ทำ OT ได้สูงสุดสัปดาห์ละกี่ชั่วโมง#

ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด และทำงานล่วงเวลาในวันหยุด รวมกันต้องไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (มาตรา 26 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 3) โดยนับสัปดาห์ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันเสาร์

ต้องให้ลูกจ้างเซ็นยินยอมทำ OT ทุกครั้งไหม#

ต้องได้ความยินยอมก่อนเป็นคราว ๆ ไป แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดแบบ ความยินยอมทำเป็นหนังสือ ด้วยวาจา หรือแสดงออกด้วยการกระทำก็ได้ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเคยรับแบบฟอร์มของบริษัทที่ครอบคลุมหนึ่งเดือนขึ้นไปโดยกำหนดเวลาทำล่วงเวลาไว้ล่วงหน้า

ผู้จัดการได้ค่าล่วงเวลาไหม#

ถ้ามีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในการจ้าง ให้บำเหน็จ หรือเลิกจ้างด้วยตัวเอง ไม่มีสิทธิได้ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่นายจ้างตกลงจะจ่าย (มาตรา 65(1) และ 66) แต่ชื่อตำแหน่งอย่างเดียวไม่ทำให้หมดสิทธิ

แหล่งที่มา#

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากแหล่งที่มาข้างต้น ตามที่ปรากฏในวันที่ตรวจสอบ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี กฎเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบกับแหล่งที่มาหรือปรึกษานักบัญชีก่อนนำไปใช้

ใน Panya

โปรแกรมงานบุคคลฟรี ตั้งแต่วันลาถึงการประเมินผลงาน

วันลา ลงเวลา โอที สรรหาพนักงาน ประเมินผลงาน และบริการตนเองของพนักงาน ใช้ฟรีบน Panya

ในคู่มือ

บุคคล

วิธีทำใน Panya ทีละหน้าจอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มทำบัญชีออนไลน์วันนี้

ตั้งค่ากิจการเสร็จในไม่กี่นาที แล้วออกใบกำกับภาษีใบแรกได้ในวันนี้ ใช้ฟรีตลอดไป